081-544-0944LINE witoonlegal.com
Witoon Law Office logo

Wrongful Termination — Know Your Rights

เลิกจ้างไม่เป็นธรรม รู้สิทธิได้เงินชดเชย

คดีแรงงาน

เลิกจ้างไม่เป็นธรรม รู้สิทธิได้เงินชดเชย
คดีแรงงาน8 นาทีอ่าน18 กุมภาพันธ์ 2568เขียนโดย วิฑูลย์ แหยมพลับ

การเลิกจ้างไม่เป็นธรรมคืออะไร?

การเลิกจ้างไม่เป็นธรรม (Unfair Dismissal) ในกฎหมายแรงงานไทย หมายถึง การที่นายจ้างยุติสัญญาจ้างกับลูกจ้างโดยไม่มีเหตุอันสมควรเพียงพอ หรือโดยเหตุที่กฎหมายห้ามไว้ ลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรมมีสิทธิได้รับการเยียวยา 3 ส่วนหลัก ได้แก่ ค่าชดเชย ค่าบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าเสียหายเพิ่มเติม

การทำความเข้าใจสิทธิตามกฎหมายแรงงานเป็นสิ่งสำคัญ เพราะหลายคนถูกเลิกจ้างแล้วยอมรับเงื่อนไขจากนายจ้างทันที โดยไม่ทราบว่าตนเองมีสิทธิตามกฎหมายมากกว่าที่ได้รับ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 (และแก้ไขเพิ่มเติม) — มาตรา 17, 17/1 (บอกกล่าว), มาตรา 118 (ค่าชดเชย), มาตรา 119 (เหตุเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย)
  • พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 — มาตรา 121, 123 ห้ามเลิกจ้างเพราะกิจกรรมสหภาพแรงงาน
  • พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 — มาตรา 49 ศาลสั่งคืนงานหรือจ่ายค่าเสียหายเพิ่มได้

ความแตกต่างระหว่างการเลิกจ้าง 3 ประเภท

1. เลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย (มาตรา 119)

หากลูกจ้างกระทำผิดร้ายแรง นายจ้างเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า เหตุที่กฎหมายกำหนดได้แก่

  • ทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง
  • จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย
  • ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง
  • ฝ่าฝืนข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งของนายจ้างที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม หลังนายจ้างตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว (กรณีร้ายแรงไม่ต้องเตือน) หนังสือเตือนมีผลไม่เกิน 1 ปีนับแต่วันทำผิด
  • ละทิ้งหน้าที่ 3 วันทำงานติดต่อกัน ไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นหรือไม่ โดยไม่มีเหตุอันสมควร
  • ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุด (ถ้าเป็นความผิดโดยประมาทหรือลหุโทษ ต้องเป็นเหตุให้นายจ้างเสียหาย)

ถ้านายจ้างไม่ได้ระบุเหตุไว้ในหนังสือเลิกจ้าง หรือไม่ได้แจ้งเหตุขณะเลิกจ้าง จะยกเหตุนั้นขึ้นอ้างภายหลังไม่ได้ (มาตรา 119 วรรคท้าย)

2. เลิกจ้างทั่วไป (ต้องจ่ายค่าชดเชย)

กรณีไม่เข้าเหตุมาตรา 119 นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยตามอายุงานและค่าบอกกล่าวล่วงหน้า แม้จะมีเหตุผลทางธุรกิจ เช่น ปรับโครงสร้างองค์กร ก็ยังต้องจ่าย

3. เลิกจ้างไม่เป็นธรรม

เป็นกรณีพิเศษที่ลูกจ้างนอกจากได้ค่าชดเชยและค่าบอกกล่าวแล้ว ยังมีสิทธิเรียกค่าเสียหายเพิ่มจากศาลแรงงาน ตัวอย่างเหตุที่ถือว่าไม่เป็นธรรม

  • เลิกจ้างเพราะลูกจ้างตั้งครรภ์
  • เลิกจ้างเพราะเป็นสมาชิกหรือกรรมการสหภาพแรงงาน
  • เลิกจ้างเพราะร้องเรียนสภาพการทำงานหรือเรียกค่าจ้างที่ค้าง
  • เลิกจ้างโดยกล่าวหาเท็จว่าผิด
  • เลิกจ้างเลือกปฏิบัติ (เพศ ศาสนา เชื้อชาติ พิการ)
  • เลิกจ้างทั้งที่ทำงานดี โดยไม่มีเหตุผลธุรกิจที่ฟังขึ้น

ค่าชดเชยตามมาตรา 118

อายุงานค่าชดเชย (วัน)
120 วัน — ไม่ถึง 1 ปี30 วัน
1 ปี — ไม่ถึง 3 ปี90 วัน
3 ปี — ไม่ถึง 6 ปี180 วัน
6 ปี — ไม่ถึง 10 ปี240 วัน
10 ปี — ไม่ถึง 20 ปี300 วัน
20 ปีขึ้นไป400 วัน

คิดจากอัตราค่าจ้างสุดท้าย ตัวอย่าง: ทำงาน 5 ปี เงินเดือน 30,000 บาท ค่าชดเชย = 6 เดือน × 30,000 = 180,000 บาท

ค่าบอกกล่าวล่วงหน้า (มาตรา 17)

สัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา (รวมถึงสัญญาทดลองงาน) นายจ้างต้องบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นหนังสือ ตามมาตรา 17

  • บอกกล่าวในวันจ่ายค่าจ้างหรือก่อนถึงวันจ่ายค่าจ้างงวดใดงวดหนึ่ง เพื่อให้เลิกจ้างมีผลในวันจ่ายค่าจ้างงวดถัดไป แต่ไม่ต้องบอกล่วงหน้าเกิน 3 เดือน
  • ถ้าไม่บอกกล่าวตามนี้ นายจ้างต้องจ่ายเงินเท่ากับค่าจ้างนับแต่วันที่ให้ออกจนถึงวันที่การเลิกจ้างควรมีผล และต้องจ่ายในวันที่ให้ออก (มาตรา 17/1)
  • จำนวนเงินขึ้นกับวันที่บอกกล่าวและรอบจ่ายค่าจ้างของแต่ละคน ทนายตรวจคำนวณให้ได้ กรณีเลิกจ้างตามมาตรา 119 ไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า

ค่าเสียหายเพิ่มจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

ตามมาตรา 49 พ.ร.บ. ศาลแรงงาน ศาลแรงงานมีอำนาจ

  • สั่งให้นายจ้างรับลูกจ้างกลับเข้าทำงาน — กรณีลูกจ้างต้องการกลับและสามารถทำงานต่อได้
  • สั่งให้จ่ายค่าเสียหายแทน — กรณีเห็นว่าทำงานร่วมกันต่อไปไม่ได้ ศาลกำหนดจำนวนเอง โดยคำนึงถึงอายุของลูกจ้าง ระยะเวลาทำงาน ความเดือดร้อน มูลเหตุแห่งการเลิกจ้าง และค่าชดเชยที่ได้รับ กฎหมายไม่ได้กำหนดเพดานเป็นจำนวนเดือน

ขั้นตอนเมื่อถูกเลิกจ้าง

  1. รับหนังสือเลิกจ้าง — ห้ามฉีกหรือทิ้ง เก็บไว้เป็นหลักฐาน
  2. เซ็นรับหนังสือ แต่อย่าเซ็นใบลาออก — การลาออกโดยสมัครใจไม่ใช่การเลิกจ้าง จึงไม่มีสิทธิค่าชดเชยตามมาตรา 118
  3. ขอเอกสาร — สัญญาจ้าง สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 6 เดือน หนังสือรับรองการทำงาน เอกสารผลงาน
  4. ปรึกษาทนายแรงงานหรือพนักงานตรวจแรงงาน — สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในพื้นที่ที่ทำงาน
  5. ยื่นคำร้องหรือฟ้อง — ยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานในท้องที่ที่ทำงานหรือที่นายจ้างมีภูมิลำเนา หรือฟ้องต่อศาลแรงงาน กำหนดเวลาแตกต่างตามประเภทเงินที่เรียก ทนายตรวจให้ตามข้อเท็จจริง
  6. กระบวนการไกล่เกลี่ย — ศาลแรงงานพยายามไกล่เกลี่ยก่อนพิจารณา หลายคดีจบที่ขั้นนี้
  7. การพิจารณาและคำพิพากษา — หากไกล่เกลี่ยไม่สำเร็จ ศาลพิจารณาตามพยานหลักฐาน

สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

  • ห้ามเซ็นใบลาออกแทนการเลิกจ้าง — การลาออกถือว่าออกเองโดยสมัครใจ ไม่มีสิทธิค่าชดเชยตามมาตรา 118 ถ้าถูกบังคับหรือถูกหลอกให้เซ็น ให้จดวันเวลาและเก็บหลักฐาน แล้วปรึกษาทนาย ค่าจ้างหรือเงินอื่นที่ถึงกำหนดจ่ายแล้วยังเรียกได้
  • ห้ามเซ็นปลดเปลื้องสิทธิโดยไม่อ่าน — เอกสารบางฉบับอาจมีข้อความ "สละสิทธิเรียกร้องทุกกรณี" ทำให้ฟ้องไม่ได้ภายหลัง
  • ห้ามรับเงินก้อนแล้วเซ็นโดยไม่คำนวณ — เงินที่นายจ้างเสนอบางครั้งต่ำกว่าสิทธิตามกฎหมาย
  • อย่าปล่อยเวลาผ่านโดยไม่ตรวจกำหนดเวลา — สิทธิแต่ละประเภทมีอายุความต่างกัน และถ้าเลือกช่องทางพนักงานตรวจแรงงาน เมื่อทราบคำสั่งแล้วมีเวลาไปศาลเพียง 30 วัน (มาตรา 125)

ตัวอย่างการคำนวณค่าชดเชย

ตัวอย่างตัวเลขสมมติ: ทำงานต่อเนื่อง 4 ปี ค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ 25,000 บาท อยู่ในช่วง 3 ปีแต่ไม่ครบ 6 ปี ค่าชดเชยไม่น้อยกว่า 180 วัน ≈ 180 × (25,000 ÷ 30) = 150,000 บาท ส่วนค่าบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ขึ้นกับข้อเท็จจริงของแต่ละกรณีและดุลพินิจของศาล ทนายตรวจให้

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • เซ็นใบลาออก — เสียสิทธิค่าชดเชยตามมาตรา 118 เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าไม่ได้ลาออกโดยสมัครใจ
  • รับข้อเสนอประนอมโดยไม่คำนวณสิทธิตามกฎหมาย — บริษัทมักเสนอน้อยกว่าสิทธิจริง
  • ไม่เก็บหลักฐาน — ลบ Line, Email, สลิปเงินเดือน ทำให้ไม่สามารถพิสูจน์อายุงานและรายได้
  • ไม่ตรวจกำหนดเวลา — อายุความแตกต่างตามประเภทสิทธิ
  • เชื่อคำพูดนายจ้าง — เช่น "บริษัทไม่มีเงิน" "ตามกฎหมายต้องจ่ายเท่านี้" ปรึกษาทนายเพื่อตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

ฟ้องคดีแรงงานเสียค่าใช้จ่ายไหม?
ไม่ต้องชำระค่าฤชาธรรมเนียมในการฟ้องและดำเนินคดีในศาลแรงงาน (มาตรา 27) ส่วนค่าทนาย (ถ้าจ้าง) ทนายจะแจ้งก่อนเริ่มงาน

นายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชย ทำอย่างไร?
ยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานในท้องที่ที่ทำงาน หรือฟ้องศาลแรงงาน การฟ้องคดีในศาลแรงงานได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล (มาตรา 27 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานฯ)

สัญญาจ้างเขียนว่า "ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย" ใช้ได้ไหม?
ไม่ได้ ข้อสัญญาที่ขัดกับกฎหมายแรงงานเป็นโมฆะ สิทธิตามกฎหมายแรงงานเป็นสิทธิขั้นต่ำที่ตกลงให้น้อยกว่าไม่ได้

ตำแหน่งบริหารระดับสูงได้สิทธิเหมือนพนักงานทั่วไปไหม?
ได้ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานคุ้มครองทุกระดับ ยกเว้นกรรมการบริษัทที่ไม่ใช่ลูกจ้าง

เลิกจ้างทดลองงาน ต้องจ่ายค่าชดเชยไหม?
ทำงานติดต่อกันไม่ครบ 120 วัน ไม่มีสิทธิค่าชดเชย ทำงานติดต่อกันครบ 120 วันแต่ไม่ครบ 1 ปี มีสิทธิค่าชดเชยไม่น้อยกว่า 30 วัน และเพราะสัญญาทดลองงานถือเป็นสัญญาไม่มีกำหนดระยะเวลา นายจ้างต้องบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นหนังสือตามมาตรา 17

บทสรุป

กฎหมายคุ้มครองแรงงานไทยให้สิทธิที่ชัดเจนและแข็งแรงแก่ลูกจ้าง สิ่งสำคัญที่สุดเมื่อถูกเลิกจ้างคือ ห้ามเซ็นใบลาออกโดยไม่เข้าใจผล ห้ามเซ็นเอกสารโดยไม่อ่าน และตรวจกำหนดเวลาของสิทธิแต่ละประเภทกับทนาย การปรึกษาทนายความหรือพนักงานตรวจแรงงานก่อนเซ็นเอกสารใด ๆ จะช่วยให้ได้รับสิทธิเต็มจำนวนตามที่กฎหมายกำหนด

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

ต้องการคำปรึกษา?

ติดต่อเราได้ทุกวัน 07:00 – 20:00 น.

หมายเหตุ: ข้อมูลในหน้านี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะกรณี หากท่านมีคดีความหรือต้องการคำแนะนำ กรุณาติดต่อทนายความโดยตรงที่ 081-544-0944

โทร 081-544-0944LINE witoonlegal.com