Forced to Resign or Sign a Resignation Letter: Can You Still Claim Severance?
ถูกบีบให้ลาออก หรือให้เซ็นใบลาออก ยังมีสิทธิได้ค่าชดเชยไหม
คดีแรงงาน
ถูกบีบให้ลาออก ยังมีสิทธิได้ค่าชดเชยหรือไม่
บทความนี้เขียนสำหรับลูกจ้างที่ถูกหัวหน้าหรือฝ่ายบุคคลให้เขียนใบลาออก ถูกพูดว่า "ถ้าไม่ลาออกจะไล่ออกแล้วไม่ได้อะไรเลย" หรือถูกกดดันจนรู้สึกว่าอยู่ต่อไม่ได้ ผู้อ่านอาจยังไม่ได้เซ็นอะไร หรือเซ็นไปแล้วและกำลังสงสัยว่าย้อนได้ไหม
คำตอบสั้น: การลาออกต้องมาจากความสมัครใจของลูกจ้างเอง ถ้าในความเป็นจริงนายจ้างเป็นฝ่ายต้องการให้เลิกงาน ศาลอาจมองว่าเป็นการเลิกจ้าง และลูกจ้างอาจมีสิทธิเรียกค่าชดเชยตามเงื่อนไขของกฎหมาย แต่ผลขึ้นอยู่กับหลักฐานเป็นหลัก ขั้นแรกคืออย่าเซ็นทันที และเก็บหลักฐานไว้ก่อน
คุณอยู่ตรงไหน
1. ถูกเรียกคุยและยื่นใบลาออกให้เซ็น แต่ยังไม่ได้เซ็น
นี่เป็นจุดที่ทางเลือกเปิดกว้างที่สุด ภายใน 7 วันแรกควรทำดังนี้
- ขอเวลาอ่านเอกสารและขอสำเนาเอกสารนั้นไว้
- จดวัน เวลา สถานที่ ผู้ที่อยู่ในห้อง และสิ่งที่แต่ละคนพูดทันทีหลังการคุย
- ขอให้นายจ้างแจ้งเหตุผลที่ต้องการให้เลิกงานเป็นลายลักษณ์อักษร
- ยังทำงานตามปกติและมาทำงานตามเวลา เพื่อไม่ให้ถูกอ้างว่าละทิ้งหน้าที่
2. เซ็นใบลาออกไปแล้วเพราะถูกกดดัน
การเซ็นแล้วไม่ได้ปิดทางทุกอย่างเสมอไป แต่ต้องมีข้อเท็จจริงที่แสดงว่าไม่ได้ลาออกโดยสมัครใจ ภายใน 7 วันแรกควรทำดังนี้
- เขียนบันทึกเหตุการณ์ตามลำดับเวลาขณะที่ความจำยังชัด
- เก็บข้อความ อีเมล แชต เสียงบันทึก ที่เกี่ยวกับการให้ลาออก
- หาสำเนาใบลาออก และดูว่าใครเป็นคนร่างข้อความ
- อย่าเพิ่งเซ็นเอกสารรับเงินหรือเอกสารสละสิทธิ์เพิ่ม จนกว่าจะรู้ว่าเอกสารนั้นมีผลอย่างไร
3. ยังไม่ถูกให้เซ็น แต่ถูกลดตำแหน่ง ย้ายงาน หรือไม่ให้งานทำ
กรณีนี้ยังไม่มีการเลิกจ้างหรือการลาออก แต่เป็นสัญญาณที่ควรบันทึกไว้ ภายใน 7 วันแรกควรทำดังนี้
- เก็บสำเนาคำสั่งย้ายหรือเปลี่ยนหน้าที่ และเทียบกับสัญญาจ้างเดิม
- เก็บหลักฐานว่าก่อนหน้านี้ได้รับมอบหมายงานอะไร และตอนนี้เปลี่ยนไปอย่างไร
- อย่าเขียนใบลาออกเพียงเพราะรู้สึกอึดอัด เพราะจะเปลี่ยนสถานะจาก "ถูกกดดัน" เป็น "ลาออกเอง"
4. ถูกบอกเลิกจ้างชัดเจนแต่ให้เซ็นว่า "ลาออก" เพื่อแลกกับเงินก้อน
กรณีนี้ต้องดูว่าเงินที่เสนอเทียบกับสิทธิตามกฎหมายแล้วเป็นอย่างไร และเอกสารที่ให้เซ็นมีข้อความสละสิทธิ์เรียกร้องหรือไม่ ภายใน 7 วันแรกควรทำดังนี้
- ขอร่างเอกสารไปอ่านที่บ้านก่อนตัดสินใจ
- คำนวณอายุงานต่อเนื่องของตนเองและค่าจ้างล่าสุดให้ชัด
- นำเอกสารไปให้ทนายตรวจก่อนเซ็น
สิ่งที่ไม่ควรทำ
- ไม่ควรเซ็นใบลาออกหรือเอกสารสละสิทธิ์ต่อหน้าทันที ทั้งที่ยังไม่เข้าใจข้อความ ขอเวลาและขอสำเนาได้เสมอ
- ไม่ควรเข้าใจว่าเอกสารสละสิทธิ์ที่เซ็นแล้วแก้ไขได้ง่าย เอกสารสละสิทธิ์ที่เซ็นหลังการจ้างสิ้นสุดแล้ว โดยทั่วไปมีผลผูกพัน
- ไม่ควรขาดงานหรือหยุดมาทำงานเอง เพราะนายจ้างอาจอ้างว่าละทิ้งหน้าที่และเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย
- ไม่ควรลบหรือทำลายหลักฐาน เช่น แชตกลุ่มงาน อีเมล หรือเอกสารที่ได้รับมอบหมาย และไม่ควรเอาข้อมูลลับของบริษัทไปเกินความจำเป็น เพราะอาจกลายเป็นประเด็นเสียเอง
ขั้นตอนตามกฎหมาย
- แยกให้ออกก่อนว่าเรื่องของคุณคือการลาออกโดยสมัครใจ หรือเป็นการเลิกจ้างในความเป็นจริง กฎหมายคุ้มครองแรงงานไม่ได้เขียนคำว่า "ถูกบีบให้ลาออก" ไว้โดยตรง ศาลจะพิจารณาจากข้อเท็จจริงว่าลูกจ้างเต็มใจจะเลิกงานเองหรือไม่
- ถ้าเป็นการเลิกจ้าง ให้ตรวจว่าอายุงานติดต่อกันถึงเกณฑ์ค่าชดเชยหรือไม่ และนายจ้างอ้างเหตุตามมาตรา 119 ที่ทำให้ไม่ต้องจ่ายหรือเปล่า รายละเอียดอัตราค่าชดเชยอ่านได้ในบทความเรื่องการถูกเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม
- ตรวจว่าการแสดงเจตนาลาออกมีข้อบกพร่องหรือไม่ เช่น ถูกข่มขู่ ซึ่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (มาตรา 164) ให้ผลเป็นโมฆียะ คือถูกบอกล้างได้ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด จึงควรจดวันที่สำคัญไว้และให้ทนายตรวจกำหนดเวลา
- ยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน (แบบ คร.7) เพื่อเรียกสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน หรือฟ้องต่อศาลแรงงานโดยตรงก็ได้ ควรเลือกช่องทางเดียวสำหรับเรื่องเดียวกัน ถ้าเลือกยื่นต่อพนักงานตรวจแรงงาน เมื่อทราบคำสั่งแล้วหากไม่พอใจต้องนำคดีไปศาลภายใน 30 วัน มิฉะนั้นคำสั่งเป็นที่สุด (มาตรา 125) ทนายช่วยเลือกช่องทางให้เหมาะกับกรณี
- ศาลแรงงานจะพยายามให้คู่ความไกล่เกลี่ยก่อนสืบพยาน หากตกลงกันไม่ได้จึงสืบพยานและมีคำพิพากษา
- หากเข้าลักษณะเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม ศาลแรงงานมีอำนาจตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯ ในการสั่งให้จ่ายค่าเสียหายหรือให้กลับเข้าทำงาน ขึ้นอยู่กับพฤติการณ์ในแต่ละคดี
เอกสารที่ทนายต้องเห็นก่อนประเมินเรื่อง
- สำเนาใบลาออก และเอกสารอื่นที่ถูกให้เซ็นในวันนั้น
- สัญญาจ้าง ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน และหนังสือตักเตือนทุกฉบับ (ถ้ามี)
- สลิปเงินเดือนล่าสุด และหนังสือรับรองการทำงานหรือหลักฐานวันเริ่มงาน
- ข้อความ อีเมล แชต หรือเสียงบันทึกที่เกี่ยวกับการให้ลาออก
- บันทึกที่คุณเขียนเองเกี่ยวกับวัน เวลา คนที่อยู่ในเหตุการณ์ และถ้อยคำที่พูด
- รายชื่อพยานที่รู้เรื่อง เช่น เพื่อนร่วมงานที่อยู่ในที่ประชุมหรือเห็นเหตุการณ์
- เอกสารเกี่ยวกับประกันสังคมและเอกสารการจ่ายเงินสุดท้ายที่นายจ้างให้มา
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 118: ค่าชดเชยเมื่อถูกเลิกจ้าง และคำนิยามของ "เลิกจ้าง" ซึ่งรวมการกระทำที่ทำให้ลูกจ้างไม่ได้ทำงานต่อและไม่ได้รับค่าจ้าง
- พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 119: กรณีที่นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย เช่น ลูกจ้างทุจริตต่อหน้าที่ หรือละทิ้งหน้าที่สามวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร
- พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 17: การบอกกล่าวล่วงหน้าเมื่อเลิกสัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164: การแสดงเจตนาเพราะถูกข่มขู่ ทำให้นิติกรรมเป็นโมฆียะ
- พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522: วิธีการฟ้องและพิจารณาคดีแรงงาน รวมถึงอำนาจศาลในกรณีเลิกจ้างไม่เป็นธรรม
คำถามที่พบบ่อย
ลาออกเองแล้ว ยังเรียกค่าชดเชยได้ไหม?
โดยหลัก ลูกจ้างที่ลาออกเองด้วยความสมัครใจไม่มีสิทธิค่าชดเชยตามมาตรา 118 เพราะค่าชดเชยจ่ายเมื่อ "เลิกจ้าง" แต่ถ้าข้อเท็จจริงแสดงว่านายจ้างเป็นฝ่ายบีบให้ต้องเลิกงาน เรื่องนี้ต้องให้ศาลวินิจฉัยตามหลักฐาน ไม่มีสูตรตายตัว
นายจ้างบอกว่าถ้าไม่ลาออกจะไล่ออกเพราะผิดวินัย ควรทำอย่างไร?
ขอให้นายจ้างแจ้งเหตุผลและข้อกล่าวหาเป็นหนังสือ การไล่ออกโดยไม่จ่ายค่าชดเชยได้เฉพาะเหตุที่มาตรา 119 กำหนดไว้ และบางเหตุต้องมีหนังสือตักเตือนมาก่อน คำขู่ปากเปล่าไม่ได้พิสูจน์ว่าเหตุนั้นเป็นจริง
เซ็นใบลาออกไปแล้ว ถอนได้ไหม?
เมื่อใบลาออกไปถึงนายจ้างแล้ว โดยหลักลูกจ้างถอนฝ่ายเดียวไม่ได้ เว้นแต่นายจ้างยินยอม แต่ถ้ามีข้อเท็จจริงเรื่องการข่มขู่หรือกดดันจนเสียความสมัครใจ อาจมีทางบอกล้างหรือโต้แย้งได้ ทนายต้องดูหลักฐานและเวลาที่ผ่านไปก่อนประเมิน
แอบอัดเสียงตอนคุยกับหัวหน้าได้ไหม และศาลรับฟังไหม?
การบันทึกเสียงบทสนทนาที่ตนเองเป็นคู่สนทนามักถูกใช้เป็นหลักฐาน แต่ศาลจะพิจารณาที่มาและความน่าเชื่อถือเป็นรายกรณี ควรเก็บไฟล์ต้นฉบับไว้ไม่แก้ไข และให้ทนายประเมินว่าใช้ได้หรือไม่
ลาออกกับถูกเลิกจ้าง มีผลต่อประกันสังคมต่างกันหรือไม่?
เหตุที่สิ้นสุดการจ้างมีผลต่อสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานของประกันสังคมต่างกัน จึงควรสอบถามสำนักงานประกันสังคมถึงเงื่อนไขและระยะเวลาการแจ้ง และดูว่าเอกสารที่นายจ้างแจ้งระบุเหตุออกจากงานว่าอย่างไร
ฟ้องหรือร้องเรียนเรื่องนี้มีกำหนดเวลาไหม?
มีกำหนดเวลา แต่ระยะเวลาขึ้นอยู่กับประเภทของสิทธิที่เรียกร้อง เช่น ค่าชดเชย ค่าเสียหาย หรือการบอกล้างนิติกรรมที่ถูกข่มขู่ ไม่มีกำหนดเดียวที่ใช้กับทุกเรื่อง จึงควรจดวันที่สำคัญไว้และให้ทนายตรวจกำหนดเวลา
ค่าบริการของทนายคิดอย่างไร?
ขึ้นอยู่กับขอบเขตงาน ความซับซ้อนของข้อเท็จจริง จำนวนเอกสารและพยาน และขั้นตอนที่ต้องดำเนินการ สำนักงานจะตกลงขอบเขตงานและค่าบริการเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่มงานทุกครั้ง
บทสรุป
การถูกบีบให้ลาออกไม่ได้ทำให้สิทธิหายไปโดยอัตโนมัติ แต่ผลของเรื่องขึ้นอยู่กับว่าคุณมีหลักฐานแสดงว่าไม่ได้เต็มใจลาออกหรือไม่ และเวลาที่ผ่านไปแล้วเท่าไร หากคุณได้ใบลาออก เอกสารสัญญา สลิปเงินเดือน และข้อความที่เกี่ยวข้องมาแล้ว การนำทั้งหมดไปให้ทนายตรวจ จะช่วยให้ประเมินได้ว่าเรื่องของคุณเข้าลักษณะใด และมีทางเลือกอะไรบ้าง
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง
หมายเหตุ: ข้อมูลในหน้านี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะกรณี หากท่านมีคดีความหรือต้องการคำแนะนำ กรุณาติดต่อทนายความโดยตรงที่ 081-544-0944
