Received a Police Summons: What to Do Before You Go to the Station
ได้หมายเรียกจากตำรวจ ถูกแจ้งความ ต้องไปโรงพักอย่างไร
คดีอาญา
บทความนี้เหมาะกับใคร
เหมาะกับคนที่เพิ่งได้รับหมายเรียกจากพนักงานสอบสวน หรือรู้ว่ามีคนแจ้งความและตำรวจให้ไปพบ แต่ยังไม่รู้ว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง
คำตอบสั้น ๆ คือ หมายเรียกไม่ใช่หมายจับ และยังมีเวลาเตรียมตัวก่อนวันนัด แต่ไม่ควรเพิกเฉย เพราะถ้าไม่ไปโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร กฎหมายให้สันนิษฐานว่าจะหลบหนี ซึ่งอาจนำไปสู่การขอหมายจับได้ ขั้นแรกคือตรวจว่าหมายเรียกเป็นของจริง ดูว่าถูกเรียกในฐานะพยานหรือผู้ต้องหา และจดข้อหากับชื่อพนักงานสอบสวนไว้
บทความนี้เน้นเฉพาะ "วันที่ต้องไปโรงพัก" ส่วนสิทธิของผู้ต้องหาโดยละเอียดและการขอประกันตัว มีบทความแยกไว้ต่างหาก
คุณอยู่ตรงไหน
ได้รับหมายเรียกทางไลน์ ข้อความ หรือมีคนโทรมาให้โอนเงิน
ให้สงสัยไว้ก่อนว่าเป็นหมายปลอม ค้นหาเบอร์โทรของสถานีตำรวจที่ระบุในหมายด้วยตัวเองจากช่องทางทางการ แล้วโทรสอบถามว่ามีคดีและมีหมายเรียกจริงหรือไม่ ไม่ต้องโอนเงิน ไม่ต้องสแกน QR code และไม่ต้องกดลิงก์ที่ส่งมา การดำเนินคดีอาญาโดยตำรวจไม่ต้องให้ใครโอนเงินเพื่อ "เคลียร์คดี"
หมายเรียกระบุว่าเรียกในฐานะ "พยาน"
พยานคือผู้ที่อาจรู้เห็นเหตุการณ์ ไม่ได้ถูกกล่าวหาเอง ภายใน 7 วันหรือก่อนวันนัด แล้วแต่ว่าวันไหนถึงก่อน ให้ทบทวนว่าตนรู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ และมีเอกสารอะไรเกี่ยวข้อง หากอ่านเนื้อเรื่องแล้วรู้สึกว่าอาจโยงมาถึงตัวเอง ควรปรึกษาทนายก่อนไปให้ถ้อยคำ เพราะสถานะอาจเปลี่ยนได้ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏ
หมายเรียกระบุว่าเรียกในฐานะ "ผู้ต้องหา"
ให้จดข้อหา ชื่อผู้กล่าวหา ชื่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจ และวันเวลานัดจากหมาย ถ่ายรูปหมายทั้งด้านหน้าและด้านหลังเก็บไว้ ถ้าวันนัดไปไม่ได้จริง ควรติดต่อพนักงานสอบสวนเพื่อขอเลื่อนพร้อมเหตุผล และทำเป็นหนังสือหรือเก็บหลักฐานการแจ้งไว้
รู้ว่าถูกแจ้งความ แต่ยังไม่มีหมายมา
ให้รวบรวมหลักฐานของฝ่ายตนเอง เช่น แชท สัญญา สลิปโอนเงิน รูปถ่าย รายชื่อคนที่รู้เห็นเหตุการณ์ และไม่ติดต่อผู้แจ้งความหรือพยานเพื่อกดดัน การตัดสินใจว่าจะเข้าพบตำรวจก่อนมีหมายหรือไม่ ควรปรึกษาทนายตามข้อเท็จจริงของแต่ละเรื่อง
สิ่งที่ไม่ควรทำ
- เพิกเฉยต่อหมายเรียก ป.วิ.อ. มาตรา 66 วรรคท้าย กำหนดว่าถ้าผู้ต้องหาถูกเรียกแล้วไม่ไปโดยไม่มีข้อแก้ตัวอันควร ให้สันนิษฐานว่าจะหลบหนี ซึ่งเป็นเหตุหนึ่งให้ศาลออกหมายจับได้ การแจ้งขอเลื่อนอย่างมีเหตุผลต่างจากการเงียบหายไปเฉย ๆ
- เซ็นชื่อในบันทึกคำให้การโดยไม่อ่านหรือไม่เข้าใจ ถ้อยคำที่ให้ไว้อาจถูกนำไปใช้เป็นพยานหลักฐานได้ ควรอ่านทุกบรรทัด และขอแก้ไขข้อความที่ไม่ตรงกับที่พูดก่อนลงลายมือชื่อ
- ติดต่อผู้เสียหายหรือพยานเพื่อกดดันให้ถอนแจ้งความ การกระทำเช่นนี้อาจถูกมองว่าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน และอาจกระทบการพิจารณาออกหมายจับหรือการให้ประกันตัว หากต้องการเจรจา ควรทำผ่านทนายหรือต่อหน้าพนักงานสอบสวน
ขั้นตอนตามกฎหมาย
- ผู้เสียหายร้องทุกข์ หรือมีผู้กล่าวโทษ พนักงานสอบสวนรับเรื่องไว้ และอาจออกหมายเรียกให้ผู้ต้องหาหรือพยานมาพบ
- วันที่ไปตามนัด พนักงานสอบสวนต้องแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ และแจ้งสิทธิของผู้ต้องหาตามที่กฎหมายกำหนด เช่น สิทธิที่จะให้การหรือไม่ให้การก็ได้ และถ้อยคำที่ให้อาจใช้เป็นพยานหลักฐานได้
- การสอบปากคำ ผู้ต้องหามีสิทธิให้ทนายความหรือผู้ที่ตนไว้วางใจเข้าฟังการสอบปากคำได้ ควรแจ้งความประสงค์นี้ก่อนเริ่มสอบ
- หลังสอบปากคำ ผู้ต้องหาอาจได้กลับบ้านโดยไม่ถูกควบคุมตัว หรืออาจถูกควบคุมตัวไว้ ขึ้นอยู่กับข้อหาและพฤติการณ์ ถ้าถูกควบคุมตัว สามารถยื่นขอประกันตัวได้
- พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานแล้วส่งสำนวนให้พนักงานอัยการ อัยการพิจารณาว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่ หากสั่งฟ้อง คดีจึงไปสู่ศาล
- ถ้าไม่ไปตามหมายเรียกโดยไม่มีข้อแก้ตัวอันควร ให้สันนิษฐานว่าจะหลบหนี และพนักงานสอบสวนอาจขอให้ศาลออกหมายจับ (ป.วิ.อ. มาตรา 66 วรรคท้าย) ส่วนจำนวนครั้งของหมายเรียกก่อนจะขอหมายจับ ควรสอบถามทนายหรือพนักงานสอบสวนตามข้อเท็จจริงของแต่ละคดี
เช็กลิสต์ก่อนไปโรงพัก
- ตรวจว่าหมายเป็นของจริงโดยโทรสอบถามสถานีตำรวจจากเบอร์ที่ค้นหาเอง
- ดูว่าเรียกในฐานะอะไร ข้อหาอะไร ใครเป็นผู้กล่าวหา และพนักงานสอบสวนคือใคร
- จดวัน เวลา และสถานที่ที่ต้องไปให้ชัด ถ้าไปไม่ได้จริงด้วยเหตุจำเป็น ให้แจ้งขอเลื่อนล่วงหน้าพร้อมเหตุผลและเก็บหลักฐาน
- ทบทวนเหตุการณ์ตามลำดับเวลา เขียนสรุปส่วนตัวไว้ให้ตนเองอ่านก่อนไป
- เตรียมบัตรประชาชนและหมายเรียกฉบับจริง
- ตัดสินใจล่วงหน้าว่าจะให้ทนายหรือคนที่ไว้วางใจไปด้วยหรือไม่
- ถ้าข้อหาอาจถึงขั้นถูกควบคุมตัว ให้เตรียมเรื่องหลักทรัพย์หรือผู้ที่จะช่วยติดต่อไว้ล่วงหน้า
ตอนอยู่ที่สถานี ให้อ่านบันทึกให้ครบก่อนเซ็น ขอสำเนาหรือจดข้อความสำคัญเท่าที่ทำได้ และสอบถามได้เสมอว่าขั้นต่อไปคืออะไรและต้องมาอีกเมื่อใด
เอกสารที่ทนายต้องเห็นก่อนประเมินเรื่อง
- หมายเรียกทั้งด้านหน้าและด้านหลัง หรือรูปถ่ายที่ชัดเจน
- บัตรประชาชนของผู้ถูกเรียก
- หลักฐานที่เกี่ยวกับเรื่องที่ถูกกล่าวหา เช่น แชท ข้อความ สัญญา สลิปโอนเงิน รูปถ่าย
- ลำดับเหตุการณ์ที่เขียนสรุปไว้ พร้อมวันเวลาโดยประมาณ
- รายชื่อและข้อมูลติดต่อของพยานฝ่ายตน
- ข้อมูลติดต่อพนักงานสอบสวนและชื่อสถานีตำรวจ
- เอกสารเรื่องหลักทรัพย์ที่อาจใช้ประกันตัว ถ้าข้อหาอาจถึงขั้นถูกควบคุมตัว
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 66 วรรคท้าย: ผู้ต้องหาถูกเรียกแล้วไม่ไปโดยไม่มีข้อแก้ตัวอันควร ให้สันนิษฐานว่าจะหลบหนี
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134: พนักงานสอบสวนต้องแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหา
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134/4: การแจ้งสิทธิ เช่น สิทธิที่จะให้การหรือไม่ให้การ และคำให้การอาจใช้เป็นพยานหลักฐาน
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 7/1 และ 134/3: สิทธิให้ทนายหรือผู้ที่ไว้วางใจเข้าฟังการสอบปากคำ
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2): ความผิดอันยอมความได้ ถ้ามีการยอมความหรือถอนคำร้องทุกข์ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับ
- ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96: ความผิดอันยอมความได้ ผู้เสียหายต้องร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด
คำถามที่พบบ่อย
หมายเรียกกับหมายจับต่างกันอย่างไร?
หมายเรียกคือหนังสือให้ไปพบพนักงานสอบสวนตามวันเวลาที่กำหนด ผู้ถูกเรียกยังไม่ถูกจับกุม ส่วนหมายจับเป็นคำสั่งของศาลให้จับตัวบุคคล ซึ่งออกเมื่อเข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย
ไม่ไปตามหมายเรียกจะเป็นอย่างไร?
ถ้าไม่ไปโดยไม่มีข้อแก้ตัวอันควร กฎหมายให้สันนิษฐานว่าจะหลบหนี ซึ่งเป็นเหตุให้ศาลออกหมายจับได้ ถ้าไปไม่ได้จริง ควรแจ้งพนักงานสอบสวนพร้อมเหตุผลและเก็บหลักฐานการแจ้งไว้
ไปไม่ได้ตามวันนัด ทำอย่างไร?
ติดต่อพนักงานสอบสวนก่อนวันนัด แจ้งเหตุผลที่ไปไม่ได้ และขอนัดวันใหม่ ควรทำเป็นหนังสือหรือมีหลักฐานว่าได้แจ้งแล้ว เพราะ "ข้อแก้ตัวอันควร" จะพิจารณาตามข้อเท็จจริงของแต่ละคน
พาทนายไปด้วยได้ไหม?
ได้ ผู้ต้องหามีสิทธิให้ทนายความหรือผู้ที่ตนไว้วางใจเข้าฟังการสอบปากคำ ควรแจ้งพนักงานสอบสวนก่อนเริ่มสอบ
ไม่ให้การได้ไหม?
ได้ พนักงานสอบสวนต้องแจ้งว่าผู้ต้องหาจะให้การหรือไม่ก็ได้ และถ้อยคำที่ให้ไว้อาจใช้เป็นพยานหลักฐานในชั้นศาล การตัดสินใจว่าจะให้การอย่างไรขึ้นกับข้อเท็จจริงของแต่ละคดี จึงควรปรึกษาทนายก่อน
ไปแล้วจะถูกขังเลยไหม?
ขึ้นกับข้อหาและพฤติการณ์ บางคดีผู้ต้องหากลับบ้านได้หลังสอบปากคำ บางคดีอาจถูกควบคุมตัว หากถูกควบคุมตัวสามารถขอประกันตัวได้ รายละเอียดอยู่ในบทความเรื่องการประกันตัว
ถ้าเป็นคดีที่ยอมความได้ ไกล่เกลี่ยได้ไหม?
ความผิดบางประเภทเป็นความผิดอันยอมความได้ หากผู้เสียหายยอมความหรือถอนคำร้องทุกข์ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับ แต่ความผิดอื่นอาจยอมความไม่ได้ ควรให้ทนายตรวจว่าข้อหาของคุณเป็นประเภทใด
บทสรุป
หมายเรียกเป็นเพียงการให้ไปพบพนักงานสอบสวน ไม่ใช่การจับกุม สิ่งสำคัญคือตรวจว่าเป็นของจริง ดูสถานะที่ถูกเรียกและข้อหา ไปตามวันนัดหรือแจ้งขอเลื่อนอย่างมีเหตุผล และอ่านบันทึกทุกบรรทัดก่อนเซ็น หากต้องการให้ตรวจเรื่องของตนโดยเฉพาะ สามารถนำหมายเรียกและเอกสารตามรายการข้างต้นมาให้ทนายดูเพื่อประเมินข้อเท็จจริงของคดีได้
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง
หมายเหตุ: ข้อมูลในหน้านี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะกรณี หากท่านมีคดีความหรือต้องการคำแนะนำ กรุณาติดต่อทนายความโดยตรงที่ 081-544-0944
