Bail for Suspects & Defendants
การประกันตัวผู้ต้องหาหรือจำเลย
คดีอาญา

การประกันตัวคืออะไร?
การประกันตัว (Bail) คือ การที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยขอให้พนักงานสอบสวนหรือศาลปล่อยตัวเป็นการชั่วคราวระหว่างที่ยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด โดยวางหลักทรัพย์เป็นประกันว่า ผู้ต้องหาหรือจำเลยจะมาพบเจ้าหน้าที่หรือศาลตามนัดหมายทุกครั้ง การประกันตัวเป็นกลไกสำคัญที่สะท้อนหลักการ "ผู้ต้องหายังไม่ใช่ผู้กระทำผิด จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด" หรือหลักสันนิษฐานความบริสุทธิ์ (Presumption of Innocence)
หากไม่มีการประกันตัว ผู้ต้องหาจะต้องถูกควบคุมตัวในเรือนจำหรือสถานที่ควบคุมตัวระหว่างพิจารณาคดี ซึ่งอาจกินเวลานานหลายเดือนหรือหลายปี ส่งผลกระทบต่อการทำงาน ครอบครัว และการเตรียมต่อสู้คดีอย่างมาก
ฐานทางกฎหมายและสิทธิตามรัฐธรรมนูญ
สิทธิในการประกันตัวได้รับการรับรองทั้งในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 29 และในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิ.อ.) มาตรา 107–119 ซึ่งวางหลักว่า การควบคุมหรือคุมขังผู้ต้องหาให้ทำเท่าที่จำเป็น โดยคำนึงถึงสิทธิและเสรีภาพของผู้ต้องหา
ตามมาตรา 108/1 แห่ง ป.วิ.อ. ศาลจะพิจารณาคำร้องขอประกันตัวโดยพิเคราะห์เหตุผลดังนี้
- ความหนักเบาของข้อหาและพยานหลักฐาน
- โอกาสที่ผู้ต้องหาจะหลบหนี
- โอกาสที่จะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน
- โอกาสที่จะก่อเหตุอันตรายอื่น
- ความน่าเชื่อถือของผู้ที่จะเป็นนายประกัน
หลักทรัพย์ที่ใช้ประกันตัว
หลักทรัพย์ในการประกันตัวมีหลายประเภท เลือกใช้ได้ตามความสะดวกและสิ่งที่มีในมือ
- เงินสด — วางเป็นหลักประกันได้เต็มจำนวน เป็นวิธีที่เร็วและตรงไปตรงมาที่สุด แต่ต้องเตรียมเงินก้อนใหญ่
- โฉนดที่ดิน / น.ส.3 ก. / น.ส.3 — ใช้ราคาประเมินของกรมที่ดิน (ไม่ใช่ราคาตลาด) ที่ดินต้องปลอดภาระจำนองหรือผูกพันใด ๆ
- สมุดเงินฝากธนาคารหรือใบรับฝากเงิน — ต้องเป็นบัญชีออมทรัพย์หรือฝากประจำที่ปลอดภาระ และธนาคารต้องออกหนังสือรับรองยอดเงินคงเหลือให้ศาล
- พันธบัตรรัฐบาล / ตั๋วเงินคลัง — ใช้ตามมูลค่าที่ปรากฏบนหน้าตราสาร
- หลักทรัพย์อื่นที่ศาลรับ — เช่น กรมธรรม์ประกันชีวิตที่มีมูลค่าเงินสดสะสม
- บุคคลค้ำประกัน (นายประกันบุคคล) — ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ หรือผู้มีรายได้ประจำที่มั่นคง สามารถใช้หนังสือรับรองเงินเดือนและตำแหน่งเป็นหลักประกัน วงเงินที่รับรองได้มักประมาณ 10 เท่าของเงินเดือนต่อเดือน
วงเงินประกันตัวโดยประมาณ
ศาลกำหนดวงเงินตามตารางวงเงินที่สำนักงานศาลยุติธรรมเผยแพร่ ประกอบกับดุลพินิจของศาลในแต่ละคดี ตัวเลขด้านล่างเป็นเพียงค่าประมาณการเท่านั้น
- ลักทรัพย์ ฉ้อโกง: 50,000 – 200,000 บาท
- ทำร้ายร่างกาย (ไม่บาดเจ็บสาหัส): 50,000 – 100,000 บาท
- ทำร้ายบาดเจ็บสาหัส: 200,000 – 500,000 บาท
- ยาเสพติด (ครอบครองเพื่อเสพ): 100,000 – 500,000 บาท
- ยาเสพติด (ค้า): 500,000 – 2,000,000 บาท หรือไม่อนุญาตให้ประกัน
- ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา: 500,000 – 2,000,000 บาท
- คดีเช็ค: 50,000 – 100,000 บาท หรือเทียบเท่ามูลค่าเช็ค
- คดีคอมพิวเตอร์: 50,000 – 200,000 บาท
ขั้นตอนการขอประกันตัวทีละขั้น
- ยื่นคำร้องขอประกันตัว — ผู้ต้องหาหรือทนายความยื่นคำร้องต่อพนักงานสอบสวน (ในชั้นสอบสวน) หรือต่อศาล (เมื่อคดีเข้าสู่ศาล) พร้อมระบุหลักทรัพย์ที่จะใช้
- เตรียมเอกสารหลักทรัพย์ — สำเนาโฉนดที่ดินพร้อมต้นฉบับ หรือสมุดเงินฝากพร้อมหนังสือรับรองยอดจากธนาคาร หรือเงินสดที่ฝ่ายการเงินศาล
- ผู้ต้องหา/นายประกันลงชื่อในสัญญาประกัน — รับรองว่าจะนำตัวผู้ต้องหามาพบศาลทุกนัดหมาย
- ศาลพิจารณาคำร้อง — โดยทั่วไปพิจารณาภายในวันเดียว ในคดีร้ายแรงอาจสอบถามคู่ความเพิ่มเติม
- หากศาลอนุญาต — ออกหมายปล่อยตัว ผู้ต้องหาได้รับการปล่อยภายในไม่กี่ชั่วโมง
- หากศาลไม่อนุญาต — สามารถยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่อนุญาตประกันได้ภายใน 5 วัน
เงื่อนไขที่ศาลอาจกำหนดเพิ่มเติม
นอกจากการวางหลักทรัพย์ ศาลอาจกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมเพื่อลดความเสี่ยงในการหลบหนีหรือยุ่งเหยิงพยาน เช่น
- ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร และให้ส่งหนังสือเดินทางเก็บที่ศาล
- กำหนดให้รายงานตัวต่อศาลหรือสถานีตำรวจตามรอบเวลา
- ห้ามเข้าใกล้ผู้เสียหายหรือพยาน
- ห้ามทำกิจกรรมหรือประกอบอาชีพบางอย่าง
- ติดกำไลข้อเท้าอิเล็กทรอนิกส์ (EM) ในคดีร้ายแรง
ตัวอย่างกรณีศึกษา (สมมติเพื่อการศึกษา)
กรณีที่ 1 — ข้อหาฉ้อโกง: นาย ก. ถูกแจ้งความข้อหาฉ้อโกงเงิน 200,000 บาท ทนายความยื่นคำร้องขอประกันตัวด้วยโฉนดที่ดินราคาประเมิน 300,000 บาท พร้อมหนังสือรับรองตำแหน่งว่านาย ก. ทำงานประจำมากว่า 5 ปี ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตประกัน วางวงเงิน 100,000 บาท พร้อมเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ
กรณีที่ 2 — ข้อหายาเสพติด: นาย ข. ถูกจับพร้อมยาบ้า 5 เม็ด แจ้งข้อหาครอบครองเพื่อเสพ ทนายยื่นคำร้องขอประกันด้วยเงินสด 100,000 บาท ศาลอนุญาตเนื่องจากปริมาณยาน้อยและนาย ข. ไม่มีประวัติเกี่ยวข้องกับเครือข่ายค้ายา
กรณีที่ 3 — ข้อหาฆ่าผู้อื่น: นาย ค. ถูกฟ้องข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ทนายยื่นคำร้องขอประกันด้วยโฉนดที่ดินมูลค่า 1.5 ล้านบาท ศาลไม่อนุญาตประกัน เนื่องจากเป็นคดีร้ายแรงและมีพยานหลักฐานแน่นหนา ทนายดำเนินการอุทธรณ์คำสั่งภายใน 5 วันต่อศาลที่สูงกว่า
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- เตรียมหลักทรัพย์ไม่พอ — เห็นว่าราคาประเมินที่ดินเพียงพอ แต่ที่ดินติดจำนองอยู่ ทำให้หลักทรัพย์ไม่ถูกรับ
- นายประกันบุคคลไม่มีคุณสมบัติ — ใช้บุคคลที่เกษียณแล้วหรือทำงานชั่วคราวเป็นนายประกัน ทำให้ศาลไม่รับ
- รอจนถึงวันนัดศาลค่อยขอประกัน — ในชั้นสอบสวนสามารถขอประกันได้ก่อนแล้ว ทำให้เสียโอกาสและถูกควบคุมตัวโดยไม่จำเป็น
- ผิดสัญญาประกัน — ไม่มาตามนัด ทำให้หลักทรัพย์ถูกริบ และเป็นเหตุให้ขอประกันครั้งต่อไปยากขึ้น
- ไม่ปรึกษาทนายตั้งแต่ต้น — ลงชื่อในเอกสารโดยไม่อ่าน หรือให้การโดยไม่มีทนาย ทำให้เสียเปรียบในการสู้คดีต่อไป
คำถามที่พบบ่อย
ใช้ที่ดินคนอื่นมาประกันตัวได้ไหม?
ได้ หากเจ้าของที่ดินยินยอมและมาลงชื่อเป็นผู้ค้ำประกันด้วยตนเอง
ถ้าศาลไม่ให้ประกัน ทำอย่างไรต่อ?
สามารถยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่อนุญาตประกันได้ภายใน 5 วันต่อศาลที่สูงกว่า หรือยื่นคำร้องใหม่เมื่อมีหลักทรัพย์ดีขึ้นหรือสถานการณ์เปลี่ยน
ระหว่างประกันตัว ออกนอกประเทศได้ไหม?
โดยทั่วไปไม่ได้ ศาลมักสั่งห้ามออกนอกประเทศและให้ส่งหนังสือเดินทางเก็บไว้ที่ศาล หากจำเป็นต้องเดินทาง ต้องยื่นคำร้องขออนุญาตศาลล่วงหน้า
หลักทรัพย์ที่วางจะได้คืนเมื่อไหร่?
ได้คืนเมื่อคดีถึงที่สุด ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ หากผู้ต้องหามาตามนัดทุกครั้ง หากผิดสัญญาประกันหลักทรัพย์จะถูกริบ
ค่าทนายในการขอประกันตัวประมาณเท่าไร?
ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของคดี ค่าจัดทำคำร้องและขึ้นศาลเพื่อขอประกันโดยทั่วไปอยู่ในช่วง 10,000 – 50,000 บาท คดีร้ายแรงอาจสูงกว่า ปรึกษาทนายเพื่อประเมินก่อน
บทสรุป
การประกันตัวเป็นสิทธิพื้นฐานของผู้ต้องหาตามรัฐธรรมนูญและประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา การเตรียมหลักทรัพย์ที่เหมาะสมและการมีทนายความช่วยจัดทำคำร้องอย่างมืออาชีพจะช่วยเพิ่มโอกาสได้รับการประกันตัวอย่างมาก หากท่านหรือคนใกล้ชิดถูกจับหรือถูกดำเนินคดีอาญา การติดต่อทนายความตั้งแต่ชั่วโมงแรกเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง
หมายเหตุ: ข้อมูลในหน้านี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะกรณี หากท่านมีคดีความหรือต้องการคำแนะนำ กรุณาติดต่อทนายความโดยตรงที่ 081-5440944