Siblings Refuse to Divide the Inheritance or the Administrator Will Not Distribute: What to Do
พี่น้องไม่ยอมแบ่งมรดก หรือผู้จัดการมรดกไม่แบ่ง ทำอย่างไร
ครอบครัว
พี่น้องไม่ยอมแบ่งมรดก หรือผู้จัดการมรดกไม่แบ่ง ทำอะไรได้บ้าง
บทความนี้เหมาะกับทายาทที่ถูกกันออกจากมรดก เช่น ผู้จัดการมรดกเงียบหายไม่ทำบัญชี โอนทรัพย์เข้าชื่อตัวเอง หรือพี่น้องอยู่ในบ้านมรดกและไม่ยอมแบ่ง
คำตอบสั้น ๆ คือ กฎหมายมีหลายทางให้เลือก เช่น ขอให้ศาลถอนผู้จัดการมรดก ฟ้องแบ่งมรดก หรือฟ้องเพิกถอนการโอน แต่เรื่องมรดกมีกำหนดอายุความหลายแบบ นับต่างกันตามข้อเท็จจริง ขั้นแรกคือหาวันที่ผู้ตายเสียชีวิต วันที่ศาลตั้งผู้จัดการมรดก และสำเนาโฉนดหรือสารบัญจดทะเบียนล่าสุด
วิธีขอตั้งผู้จัดการมรดกอธิบายไว้แล้วในบทความเรื่องขอตั้งผู้จัดการมรดก บทความนี้จึงไม่อธิบายขั้นตอนนั้นซ้ำ
คุณอยู่ตรงไหน
ยังไม่มีผู้จัดการมรดก และญาติแย่งกันเป็น
ทายาทที่เกี่ยวข้องอาจพิจารณายื่นคำร้องเอง หรือยื่นคัดค้านคำร้องของผู้อื่นก่อนวันนัดไต่สวน รายละเอียดการยื่นคำร้องดูได้ในบทความเรื่องขอตั้งผู้จัดการมรดก
มีผู้จัดการมรดกแล้ว แต่ไม่ทำอะไรหรือไม่แจ้งบัญชี
ขอสำเนาคำสั่งศาลที่ตั้งผู้จัดการมรดก แล้วทวงถามเป็นหนังสือให้ส่งบัญชีทรัพย์มรดก เก็บสำเนาหนังสือและหลักฐานการส่งไว้ทุกฉบับ
ผู้จัดการมรดกโอนที่ดินเข้าชื่อตัวเองหรือชื่อคนอื่น
ขอสารบัญจดทะเบียนและเอกสารที่เกี่ยวข้องจากสำนักงานที่ดิน เพื่อดูว่าโอนเมื่อใด โดยใคร และด้วยเหตุใด เอกสารชุดนี้สำคัญต่อการประเมินเรื่อง
ทายาทคนหนึ่งครอบครองบ้านหรือที่ดินมรดกอยู่คนเดียว
จดบันทึกว่าคุณเคยอยู่อาศัยหรือได้ประโยชน์จากทรัพย์นั้นอย่างไรบ้าง เช่น ทะเบียนบ้าน ค่าน้ำค่าไฟ ข้อมูลนี้อาจมีผลต่อการพิจารณาอายุความ
สิ่งที่ไม่ควรทำ
- รอโดยไม่ตรวจอายุความ สิทธิเรียกร้องในมรดกอาจมีกำหนดเวลา การรอไปเรื่อย ๆ อาจทำให้เสียสิทธิ
- เซ็นหนังสือยินยอม หนังสือสละมรดก หรือบันทึกแบ่งทรัพย์ที่ยังไม่เข้าใจ เอกสารเหล่านี้อาจผูกพันคุณตามกฎหมาย ควรให้ทนายอ่านก่อนเซ็น
- เข้าไปเอาทรัพย์หรือเปลี่ยนกุญแจบ้านเอง อาจทำให้ตกเป็นฝ่ายถูกกล่าวหาในคดีอาญา ควรปรึกษาทนายก่อนทำอะไรกับทรัพย์ที่อีกฝ่ายครอบครองอยู่
ขั้นตอนตามกฎหมาย
ทางเลือกด้านล่างไม่ใช่ลำดับตายตัว ทนายจะเลือกใช้ทางใดขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละเรื่อง
- ทวงถามเป็นหนังสือ ขอให้ผู้จัดการมรดกหรือทายาทที่ครอบครองทรัพย์แจ้งบัญชีทรัพย์และแนวทางการแบ่ง ผู้จัดการมรดกมีหน้าที่ทำบัญชีทรัพย์ภายใน 1 เดือน (มาตรา 1728 และ 1729) และจัดการให้เสร็จภายใน 1 ปี (มาตรา 1732)
- เจรจาหรือไกล่เกลี่ย หากยังพูดคุยกันได้ ศาลมีศูนย์ไกล่เกลี่ย และทายาทอาจทำสัญญาแบ่งมรดกเป็นหนังสือ (มาตรา 1750) ควรให้ทนายตรวจเนื้อหาก่อนลงนาม
- ร้องขอให้ศาลถอนผู้จัดการมรดก ตามมาตรา 1727 ถ้าผู้จัดการละเลยไม่ทำหน้าที่ หรือมีเหตุอื่นที่สมควร โดยต้องร้องก่อนที่การจัดการมรดกจะเสร็จ
- ฟ้องแบ่งมรดกหรือฟ้องเพิกถอนการโอน เป็นคดีแพ่งตามมาตรา 1748 และ 1754 ต้องดูกำหนดอายุความอย่างรอบคอบ
- ฟ้องผู้จัดการมรดกเรื่องการจัดการ มีอายุความ 5 ปีนับแต่การจัดการสิ้นสุด (มาตรา 1733 วรรคสอง)
- พิจารณาทางอาญา หากมีการเอาทรัพย์มรดกไปเป็นของตน อาจเข้าข่ายความผิดฐานยักยอก ซึ่งทนายต้องตรวจว่าเข้ากรณีใดและเป็นความผิดที่ยอมความได้หรือไม่ ถ้ายอมความได้ ผู้เสียหายต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือนนับแต่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำ (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96) ดูเพิ่มในบทความเรื่องอายุความคดีอาญา
อายุความ: กฎทั่วไปและข้อยกเว้น
กฎทั่วไปตามมาตรา 1754 คือ การฟ้องเรียกมรดกต้องฟ้องภายใน 1 ปีนับแต่ทายาทรู้หรือควรรู้ถึงความตายของเจ้ามรดก และไม่เกิน 10 ปีนับแต่เจ้ามรดกตาย
แต่กฎนี้มีข้อยกเว้นและแนวทางตีความตามข้อเท็จจริง เช่น กรณีที่ทายาทครอบครองทรัพย์มรดกร่วมกัน หรือกรณีที่มีผู้จัดการมรดก ผู้อ่านจึงไม่ควรสรุปเองว่าตนยังทันหรือหมดสิทธิแล้ว ทนายต้องตรวจข้อยกเว้นและแนวคำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของคุณก่อนเสมอ
เอกสารที่ทนายต้องเห็นก่อนประเมินเรื่อง
- ใบมรณบัตรของผู้ตาย
- คำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก (ถ้ามี) และพินัยกรรม (ถ้ามี)
- โฉนดที่ดินและสารบัญจดทะเบียนล่าสุด
- สมุดบัญชีเงินฝากและหลักฐานทรัพย์สินอื่นของผู้ตาย
- หลักฐานแสดงความเป็นทายาท เช่น สูติบัตร ทะเบียนสมรส
- หนังสือทวงถามและข้อความโต้ตอบกับผู้จัดการมรดกหรือทายาทอีกฝ่าย
- หลักฐานการครอบครองหรือใช้ประโยชน์ทรัพย์ร่วมกัน เช่น ทะเบียนบ้าน ค่าน้ำค่าไฟ
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1727: ศาลถอนผู้จัดการมรดกได้ถ้าละเลยหน้าที่หรือมีเหตุอื่นสมควร
- มาตรา 1728, 1729 และ 1732: หน้าที่ทำบัญชีทรัพย์ภายใน 1 เดือน และจัดการให้เสร็จภายใน 1 ปี
- มาตรา 1722: ห้ามผู้จัดการมรดกทำนิติกรรมที่ตนมีส่วนได้เสียขัดกับกองมรดก
- มาตรา 1733 วรรคสอง: อายุความ 5 ปีสำหรับการฟ้องผู้จัดการมรดกเรื่องการจัดการ
- มาตรา 1748: การแบ่งทรัพย์มรดกระหว่างทายาท
- มาตรา 1750: สัญญาแบ่งมรดก
- มาตรา 1754: อายุความฟ้องเรียกมรดก (ทนายต้องตรวจข้อยกเว้น)
- ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96: กำหนดเวลาร้องทุกข์ 3 เดือนสำหรับความผิดอันยอมความได้
คำถามที่พบบ่อย
ฟ้องเรียกมรดกมีอายุความเท่าไร?
กฎทั่วไปตามมาตรา 1754 คือ 1 ปีนับแต่รู้หรือควรรู้ถึงความตายของเจ้ามรดก และไม่เกิน 10 ปีนับแต่เจ้ามรดกตาย แต่มีข้อยกเว้นตามข้อเท็จจริง ทนายต้องตรวจก่อนสรุป
ทายาทที่อยู่ในบ้านมรดกร่วมกัน ต้องห่วงอายุความ 1 ปีไหม?
อาจไม่เหมือนกรณีทั่วไป เพราะมีแนวทางตีความสำหรับทายาทที่ครอบครองทรัพย์มรดกร่วมกัน ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงว่าใครครอบครองอย่างไร ทนายจะประเมินเป็นรายกรณี
ถอดผู้จัดการมรดกได้ไหม?
ได้ ถ้าผู้จัดการละเลยไม่ทำหน้าที่หรือมีเหตุอื่นที่สมควร โดยต้องร้องก่อนที่การจัดการมรดกจะเสร็จ ตามมาตรา 1727
ผู้จัดการมรดกต้องทำอะไรภายในกี่วัน?
ทำบัญชีทรัพย์ภายใน 1 เดือน และจัดการให้เสร็จภายใน 1 ปี ศาลหรือทายาทอาจขยายระยะเวลาได้ตามเหตุผลของเรื่อง
ผู้จัดการมรดกโอนที่ดินเป็นชื่อตัวเอง ทำอย่างไร?
ผู้จัดการห้ามทำนิติกรรมที่ตนมีส่วนได้เสียขัดกับกองมรดก (มาตรา 1722) ทางแพ่งอาจฟ้องขอให้เพิกถอนการโอน และอาจมีประเด็นทางอาญา ทนายต้องดูเอกสารการโอนและข้อเท็จจริงก่อน
ไม่อยากขึ้นศาล มีทางอื่นไหม?
มี เช่น เจรจา ไกล่เกลี่ยที่ศูนย์ไกล่เกลี่ยของศาล หรือทำสัญญาแบ่งมรดกเป็นหนังสือ (มาตรา 1750) ควรให้ทนายตรวจร่างสัญญาก่อนลงนาม
ผู้ตายทำพินัยกรรมไว้ จะมีผลต่อการแบ่งอย่างไร?
พินัยกรรมที่ถูกต้องตามแบบกำหนดว่าใครได้อะไร และอาจตั้งผู้จัดการมรดกไว้ด้วย ดูภาพรวมได้ในบทความเรื่องการทำพินัยกรรม ส่วนกรณีมีข้อสงสัยเรื่องความถูกต้องของพินัยกรรม ทนายต้องตรวจเอกสารจริง
บทสรุป
ข้อพิพาทมรดกมีหลายรูปแบบและหลายทางแก้ ทั้งทางแพ่งและทางอาญา สิ่งที่ต้องรู้ก่อนอื่นคืออายุความของเรื่องนั้นนับอย่างไร ผู้ที่เผชิญเรื่องนี้อาจนำเอกสารตามรายการข้างต้นไปให้ทนายตรวจสอบเรื่องเฉพาะของตนได้
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง
หมายเหตุ: ข้อมูลในหน้านี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะกรณี หากท่านมีคดีความหรือต้องการคำแนะนำ กรุณาติดต่อทนายความโดยตรงที่ 081-544-0944
