Child Support Unpaid After Divorce, or a Custody Dispute: What Are Your Options?
หย่าแล้วไม่จ่ายค่าเลี้ยงดูบุตร หรือแย่งสิทธิปกครองลูก ทำอย่างไร
ครอบครัว
บทความนี้เหมาะกับใคร
เหมาะกับพ่อหรือแม่ที่เลี้ยงลูกคนเดียวหลังแยกทาง ไม่ว่าจะจดทะเบียนสมรสหรือไม่ก็ตาม และอีกฝ่ายหยุดส่งเงินค่าเลี้ยงดู หรือพาลูกไปและไม่ให้เจอ
คำตอบสั้น ๆ คือ มีทางออกตามกฎหมาย หน้าที่เลี้ยงดูบุตรมีอยู่ต่อเนื่องจนบุตรบรรลุนิติภาวะ และสละสิทธิได้รับค่าเลี้ยงดูล่วงหน้าไม่ได้ ถ้ามีคำพิพากษาหรือข้อตกลงที่ศาลรับรองแล้วอีกฝ่ายไม่จ่าย ขอบังคับคดีได้ ถ้ามีเพียงบันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนหย่าที่อำเภอ โดยทั่วไปต้องฟ้องตามข้อตกลงนั้นก่อน ถ้าไม่ได้จดทะเบียนสมรส อาจต้องให้ศาลรับรองว่าเด็กเป็นบุตรก่อน ขั้นแรกคือรวบรวมบันทึกการหย่าหรือคำพิพากษา และหลักฐานการจ่ายเงินที่ผ่านมา
บทความนี้พูดถึงช่วงหลังแยกทางหรือหย่าแล้วเท่านั้น วิธีจดทะเบียนหย่าอยู่ในบทความเรื่องขั้นตอนการหย่าแยกต่างหาก
คุณอยู่ตรงไหน
จดทะเบียนหย่าที่อำเภอ มีบันทึกตกลงค่าเลี้ยงดู แต่อีกฝ่ายไม่จ่าย
ภายใน 7 วัน ให้ขอสำเนาบันทึกการหย่าและบันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนหย่าจากอำเภอ จากนั้นทำตารางสรุปว่าตามข้อตกลงต้องจ่ายเท่าไรต่อเดือน จ่ายมาแล้วเท่าไร และค้างตั้งแต่เดือนใด พร้อมเก็บสลิปโอนเงินที่เคยได้รับ
มีคำพิพากษาของศาลแล้ว แต่อีกฝ่ายไม่จ่าย
ให้หาสำเนาคำพิพากษาและหนังสือรับรองว่าคดีถึงที่สุดแล้ว เพราะเป็นเอกสารที่ใช้ขอบังคับคดี การบังคับคดีเป็นขั้นตอนที่ต้องยื่นต่อศาลและเจ้าหน้าที่บังคับคดี ควรให้ทนายตรวจเอกสารก่อนว่าครบหรือไม่
ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับอีกฝ่าย
ให้เก็บหลักฐานที่แสดงว่าอีกฝ่ายเป็นพ่อของเด็ก เช่น สูติบัตร รูปถ่ายครอบครัว แชทที่พูดถึงลูก หลักฐานการโอนเงินเลี้ยงดูที่ผ่านมา และพยานที่รู้ว่าอยู่กินกัน ในกรณีนี้กฎหมายถือว่าเด็กเป็นบุตรของแม่ แต่ความเป็นบุตรของพ่อมีเงื่อนไขเพิ่ม ซึ่งอธิบายไว้ในส่วนถัดไป
อีกฝ่ายพาลูกไป หรือไม่ให้เจอลูก
ให้บันทึกเหตุการณ์เป็นลายลักษณ์อักษรว่าเกิดเมื่อใด ลูกอยู่ที่ไหน และมีข้อความหรือหลักฐานอะไร อย่าไปแย่งตัวเด็กด้วยกำลัง เพราะอาจกระทบต่อตัวเด็กและกระทบการพิจารณาของศาล ควรปรึกษาทนายว่าจะร้องต่อศาลอย่างไร ตามสถานะของอำนาจปกครองที่มีอยู่
สิ่งที่ไม่ควรทำ
- ใช้ลูกเป็นเครื่องต่อรอง หรือห้ามอีกฝ่ายเจอลูกเพราะไม่ได้รับเงิน ศาลพิจารณาจากความผาสุกและประโยชน์ของเด็กเป็นสำคัญ พฤติกรรมที่กีดกันลูกอาจส่งผลเสียต่อผู้ปกครองที่ทำเช่นนั้นเอง และเรื่องเงินกับเรื่องพบลูกเป็นคนละประเด็นกัน
- ลงชื่อในข้อตกลงว่า "ไม่เรียกค่าเลี้ยงดูบุตร" โดยไม่ปรึกษาก่อน กฎหมายระบุว่าสิทธิที่จะได้รับค่าอุปการะเลี้ยงดูสละไม่ได้ (ป.พ.พ. มาตรา 1598/41) แต่ข้อความเช่นนี้อาจก่อความสับสนในภายหลัง ควรให้ทนายอ่านก่อนเซ็น
- โพสต์ประจานหรือกล่าวหาอีกฝ่ายในโซเชียลมีเดีย อาจกลายเป็นเรื่องหมิ่นประมาท และอาจถูกนำมาใช้ประกอบการพิจารณาว่าผู้ปกครองคนใดเหมาะสมกว่า
ขั้นตอนตามกฎหมาย
- เจรจาหรือไกล่เกลี่ย ศาลเยาวชนและครอบครัวมีกระบวนการไกล่เกลี่ยก่อนพิจารณา หากตกลงกันได้ ควรทำเป็นข้อตกลงที่ศาลรับรองเพื่อให้บังคับได้
- ถ้าตกลงกันไม่ได้ ยื่นคำฟ้องหรือคำร้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัวที่มีเขตอำนาจ ตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 ศาลที่มีเขตอำนาจในท้องที่ของคุณควรให้ทนายตรวจสอบ
- ประเด็นที่ขอต่อศาลได้ เช่น ให้จ่ายค่าเลี้ยงดูบุตร ขอเพิ่มหรือลดค่าเลี้ยงดูเมื่อพฤติการณ์เปลี่ยน ขอกำหนดหรือเปลี่ยนตัวผู้ใช้อำนาจปกครอง ในกรณีบุตรที่เกิดนอกสมรส อาจต้องขอให้ศาลพิพากษาว่าเด็กเป็นบุตรของพ่อพร้อมกับขอค่าเลี้ยงดู
- เมื่อได้คำพิพากษาหรือข้อตกลงที่ศาลรับรองแล้วอีกฝ่ายยังไม่จ่าย จึงดำเนินการบังคับคดี เช่น สืบหาทรัพย์สินและรายได้ของฝ่ายที่ต้องจ่าย แล้วขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการตามกฎหมาย
หน้าที่เลี้ยงดูบุตรหลังหย่า
ป.พ.พ. มาตรา 1564 กำหนดว่าบิดามารดามีหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ ไม่ว่าจะยังอยู่ร่วมกันหรือหย่ากันแล้ว ผู้เยาว์ตามกฎหมายคือผู้ที่อายุยังไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ เว้นแต่บรรลุนิติภาวะก่อนนั้นโดยการสมรส
จำนวนค่าเลี้ยงดูไม่มีตัวเลขตายตัวในกฎหมาย ศาลจะพิจารณาจากความสามารถของผู้จ่ายและฐานะของผู้รับ รวมทั้งพฤติการณ์แวดล้อม และหากต่อมาพฤติการณ์เปลี่ยนไป ศาลมีอำนาจเพิ่ม ลด งด หรือกลับให้ได้ (มาตรา 1598/38 และ 1598/39)
กรณีไม่ได้จดทะเบียนสมรส
เมื่อพ่อแม่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน เด็กถือเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของแม่ตั้งแต่เกิด แต่จะเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของพ่อได้ก็ต่อเมื่อมีเหตุตามมาตรา 1547 อย่างใดอย่างหนึ่ง คือ พ่อแม่จดทะเบียนสมรสกันภายหลัง หรือพ่อจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตร หรือศาลมีคำพิพากษาว่าเด็กเป็นบุตรของพ่อ
ถ้าพ่อไม่ยอมไปจดทะเบียนรับรองบุตร แม่ในฐานะผู้แทนโดยชอบธรรมสามารถฟ้องในนามของเด็กต่อศาลให้พิพากษาว่าเด็กเป็นบุตรของพ่อได้ (มาตรา 1555) และโดยทั่วไปขอค่าเลี้ยงดูไปพร้อมกันในคดีเดียวกันได้ ส่วนจะเรียกย้อนหลังได้เพียงใด ขึ้นกับข้อเท็จจริงและอายุความ ซึ่งควรให้ทนายตรวจสอบตามกรณี
อำนาจปกครองบุตรหลังหย่า
ถ้าหย่าโดยความยินยอม พ่อแม่ตกลงกันเป็นหนังสือว่าใครเป็นผู้ใช้อำนาจปกครอง ถ้าตกลงกันไม่ได้ ศาลเป็นผู้ชี้ขาด ถ้าหย่าโดยคำพิพากษา ศาลเป็นผู้ชี้ขาดเช่นกัน โดยคำนึงถึงความผาสุกและประโยชน์ของบุตรเป็นหลัก (มาตรา 1520 และ 1521) หากฝ่ายที่ได้อำนาจปกครองดูแลบุตรไม่เหมาะสม ญาติของเด็กหรือพนักงานอัยการร้องขอต่อศาลให้เปลี่ยนผู้ใช้อำนาจปกครองหรือถอนอำนาจปกครองได้ตามมาตรา 1521 และ 1582
เรื่องอายุความของค่าเลี้ยงดูที่ค้างอยู่
ค่าเลี้ยงดูที่ถึงกำหนดจ่ายเป็นงวดและค้างมานาน อาจมีประเด็นเรื่องอายุความ ประมวลกฎหมายแพ่งฯ กำหนดอายุความสำหรับหนี้ที่ต้องชำระเป็นงวด ๆ ไว้ แต่การนำมาใช้กับค่าเลี้ยงดูบุตรแต่ละกรณีมีรายละเอียด เช่น กรณีที่ยังไม่เคยมีการกำหนดจำนวนมาก่อน จึงไม่ควรสรุปเอง ควรนำเอกสารให้ทนายตรวจว่าค้างย้อนหลังเรียกได้ถึงเมื่อใด
เอกสารที่ทนายต้องเห็นก่อนประเมินเรื่อง
- ทะเบียนสมรส ทะเบียนหย่า และบันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนหย่า (ถ้ามี)
- คำพิพากษาหรือข้อตกลงที่ศาลรับรอง พร้อมหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด (ถ้ามี)
- สูติบัตรของบุตร และบัตรประชาชนของพ่อแม่
- หลักฐานค่าใช้จ่ายของบุตร เช่น ค่าเทอม ค่าหมอ ค่าอาหาร ค่าเดินทาง
- หลักฐานรายได้และทรัพย์สินของอีกฝ่าย เช่น ที่ทำงาน สลิปเงินเดือน ธุรกิจ
- หลักฐานการโอนเงินเลี้ยงดูที่ผ่านมา และตารางสรุปยอดที่ค้าง
- แชทหรือบันทึกเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับการพาบุตรไปหรือไม่ให้พบ
- หลักฐานความเป็นพ่อ กรณีไม่ได้จดทะเบียนสมรส เช่น รูปถ่าย แชท พยานที่รู้ว่าอยู่กินกัน
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ป.พ.พ. มาตรา 1564: บิดามารดามีหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาแก่บุตรผู้เยาว์
- ป.พ.พ. มาตรา 1598/38 และ 1598/39: การกำหนดและเปลี่ยนแปลงจำนวนค่าอุปการะเลี้ยงดูตามความสามารถและพฤติการณ์
- ป.พ.พ. มาตรา 1598/41: สิทธิได้รับค่าอุปการะเลี้ยงดูสละไม่ได้
- ป.พ.พ. มาตรา 1520 และ 1521: ผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรเมื่อหย่า และการที่ศาลชี้ขาดโดยคำนึงถึงประโยชน์ของบุตร
- ป.พ.พ. มาตรา 1547 และ 1555: บุตรนอกสมรสจะเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของบิดาได้อย่างไร และการฟ้องให้ศาลพิพากษาว่าเป็นบุตร
- ป.พ.พ. มาตรา 1582: การถอนอำนาจปกครองของผู้ปกครองที่ประพฤติไม่เหมาะสม
- พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553: ศาลที่พิจารณาคดีครอบครัวและวิธีพิจารณา
คำถามที่พบบ่อย
หย่าแล้วยังต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูลูกอยู่ไหม?
ต้องจ่าย บิดามารดามีหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ตามมาตรา 1564 การหย่าระหว่างพ่อแม่ไม่ได้ทำให้หน้าที่นี้สิ้นสุด
ตกลงตอนหย่าว่าไม่เอาค่าเลี้ยงดู ภายหลังเรียกได้ไหม?
กฎหมายระบุว่าสิทธิได้รับค่าอุปการะเลี้ยงดูสละไม่ได้ (มาตรา 1598/41) จึงมีช่องทางให้ตรวจสอบว่าเรียกได้หรือไม่ ควรให้ทนายดูข้อความในบันทึกหย่าและข้อเท็จจริงของแต่ละเรื่อง
ขอเพิ่มค่าเลี้ยงดูได้ไหม?
ได้ ถ้าพฤติการณ์เปลี่ยนไป เช่น ค่าใช้จ่ายของบุตรสูงขึ้น หรือฐานะของฝ่ายที่จ่ายเปลี่ยน ศาลมีอำนาจเพิ่ม ลด งด หรือกลับให้ได้ตามมาตรา 1598/38 และ 1598/39 จำนวนที่ศาลกำหนดไม่มีสูตรตายตัว ศาลดูความสามารถผู้จ่าย ฐานะผู้รับ และพฤติการณ์
ไม่ได้จดทะเบียนสมรส เรียกค่าเลี้ยงดูจากพ่อได้ไหม?
โดยหลัก เด็กต้องเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของพ่อก่อน ซึ่งทำได้โดยพ่อจดทะเบียนรับรอง หรือศาลพิพากษาว่าเป็นบุตร (มาตรา 1547, 1555) ถ้าพ่อไม่ยอมรับ แม่ในฐานะผู้แทนโดยชอบธรรมสามารถฟ้องในนามของเด็กให้ศาลพิพากษาได้ และมักขอค่าเลี้ยงดูไปพร้อมกัน ควรให้ทนายตรวจหลักฐานความเป็นพ่อก่อน
ค่าเลี้ยงดูที่ค้างมาหลายปี เรียกย้อนได้แค่ไหน?
ขึ้นกับว่ามีคำพิพากษา ข้อตกลง หรือยังไม่เคยมีการกำหนดมาก่อน และขึ้นกับเรื่องอายุความ ซึ่งแต่ละกรณีไม่เหมือนกัน ควรนำเอกสารและตารางยอดค้างให้ทนายตรวจ
ใครได้อำนาจปกครองลูกหลังหย่า?
ถ้าหย่าโดยความยินยอม พ่อแม่ตกลงกันเป็นหนังสือ ถ้าตกลงกันไม่ได้ ศาลชี้ขาด ถ้าหย่าโดยคำพิพากษา ศาลชี้ขาดโดยดูความผาสุกและประโยชน์ของบุตร (มาตรา 1520, 1521)
ถ้าอีกฝ่ายได้อำนาจปกครองแต่ดูแลลูกไม่ดี ทำอย่างไร?
ญาติของเด็กหรือพนักงานอัยการร้องขอต่อศาลให้เปลี่ยนผู้ใช้อำนาจปกครอง หรือถอนอำนาจปกครองได้ตามมาตรา 1521 และ 1582 โดยต้องมีหลักฐานแสดงว่าการดูแลไม่เหมาะสม เช่น บันทึกเหตุการณ์ หลักฐานการละเลย ข้อมูลจากโรงเรียนหรือแพทย์
บทสรุป
หน้าที่เลี้ยงดูบุตรไม่ได้สิ้นสุดเมื่อหย่า และสละสิทธิค่าเลี้ยงดูของเด็กล่วงหน้าไม่ได้ ผู้ที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสอาจต้องให้ศาลรับรองความเป็นบุตรก่อน เรื่องค่าเลี้ยงดูและเรื่องพบลูกเป็นคนละประเด็นกัน และศาลคำนึงถึงประโยชน์ของเด็กเป็นสำคัญ หากต้องการให้ตรวจเรื่องของตนโดยเฉพาะ สามารถนำเอกสารตามรายการข้างต้นมาให้ทนายดูเพื่อประเมินข้อเท็จจริงและขั้นตอนที่เหมาะสมได้
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง
หมายเหตุ: ข้อมูลในหน้านี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะกรณี หากท่านมีคดีความหรือต้องการคำแนะนำ กรุณาติดต่อทนายความโดยตรงที่ 081-544-0944
